เปลี่ยนการแสดงผล
 
ข่าวศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเข้าร่วมการประชุมสำนักงานฝ่ายบริหาร ของการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโลก ครั้งที่ 23 ณ เมืองเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี
วันที่ 1 เม.ย. 2569

ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับเลือกให้เป็นฝ่ายบริหารของการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโลก (the Bureau of the WCCJ) ในฐานะตัวแทนภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโลก ครั้งที่ 4 (the 4th General Assembly of the World Conference on Constitutional Justice – WCCJ) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ณ กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน นั้น ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยนายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาสตราจารย์ ดร. อุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และนางสาวร่มปรางค์ สวมประคำ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมสำนักงานฝ่ายบริหารฯ ครั้งที่ 23 (the 23rd Meeting of the Bureau of the WCCJ) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569

ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญ รวมทั้งสิ้น 8 เรื่อง ด้วยกัน ที่สำคัญ ได้แก่ 
1. การติดตามผลจากการประชุมใหญ่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโลก ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน 
2. การเตรียมการจัดประชุมใหญ่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโลก ครั้งที่ 7 ณ กรุงไคโร สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
3. ร่างผลการศึกษาของหลักเกณฑ์การเพิ่มกลุ่มภูมิภาคและกลุ่มภาษาในการประชุม WCCJ  และการประชุมสำนักงานฝ่ายบริหารฯ 
และ 4. รายงานการเงินระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2569 ของการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโลก ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมีบทบาทสำคัญในการประชุม โดยร่วมเสนอความเห็นต่อที่ประชุมดังกล่าวด้วย 

กล่าวคือ ศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับร่างผลการศึกษา ซึ่งเสนอโดยประธานและฝ่ายเลขาธิการการประชุม เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเพิ่มกลุ่มภูมิภาค (regional group) และกลุ่มภาษา (linguistic group) ในการพิจารณาที่จะเพิ่มกลุ่มของการประชุม WCCJ รวมทั้งการประชุมสำนักงานฝ่ายบริหารฯ ในอนาคต ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันยังมิได้มีการกำหนดนิยามและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในประเด็นดังกล่าว 

ศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้แสดงความเห็นด้วยกับแนวทางในการพิจารณาจัดตั้งกลุ่มภูมิภาคโดยอาศัยหลักเกณฑ์การแบ่งทวีปขององค์การสหประชาชาติที่เป็นหลักเกณฑ์สากลและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งกลุ่มภูมิภาคที่อาจจัดตั้งเพิ่มเติม นั้น ควรให้ความสำคัญกับกลุ่มภูมิภาคที่ในปัจจุบันยังมิได้เป็นสมาชิก WCCJ และการประชุมสำนักงานฝ่ายบริหารฯ อีกทั้งควรป้องกันมิให้การตั้งกลุ่มภูมิภาคใหม่ที่มีสมาชิกซ้ำซ้อนหรือทับซ้อนกับกลุ่มภูมิภาคที่เป็นสมาชิกการประชุม WCCJ และการประชุมสำนักงานฝ่ายบริหารฯ อยู่แล้วในปัจจุบัน  

ส่วนกรณีกลุ่มภาษา ศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเห็นด้วยว่าความหลากหลายทางภาษามีความสำคัญที่จะสนับสนุนให้สมาชิกได้เข้าใจในสารัตถะการประชุมและแลกเปลี่ยนการปรึกษาหารือระหว่างกันได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกลุ่มภาษาใหม่จำเป็นต้องตระหนักถึงผลกระทบในทางปฏิบัติด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายด้านการแปลเอกสารและค่าล่าม ที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาด้านงบประมาณที่อาจเกิดขึ้น การตั้งกลุ่มภาษาใหม่จึงควรยึดโยงกับภาษาทางการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของการประชุม WCCJ เป็นสำคัญ  
 
ในการนี้ ที่ประชุมเห็นด้วยกับความเห็นและข้อเสนอแนะของศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พร้อมทั้งมีมติแต่งตั้งคณะทำงาน (Working Group) ศึกษาพิจารณาหลักเกณฑ์การเพิ่มกลุ่มภูมิภาค (regional group) และกลุ่มภาษา (linguistic group) ดังกล่าว โดยจะมีการประชุมในวันที่ 13 มิถุนายน ศกนี้ เพื่อจัดทำร่างเสนอฝ่ายบริหารฯ ซึ่งจะนำเสนอผลการศึกษาต่อที่ประชุมสำนักงานฝ่ายบริหารฯ ในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นราวเดือนมีนาคม 2570 ณ เมืองเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี
 
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์)
เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210
โทรศัพท์ : 02-141-7603
โทรสาร : 02-143-9515
อีเมล์ : con_coll@hotmail.com
หน้าหลัก เกี่ยวกับวิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ ดาวน์โหลด